เคสกรณีตัวอย่าง จอร์จี้ ฮาจี้ ทำไมหมายเลข 10 ถึงแทบไม่ได้เกิดในยุคนี้

เล่นบอลช้า ขัดต่อหลักการเล่นบอลเร็วในยุคนี้

เล่นบอลช้า ขัดต่อหลักการเล่นบอลเร็วในยุคนี้

เพลย์เมกเกอร์แบบ ฮาจี้ ค่อนข้างจะเล่นบอลช้า เขาไม่ได้เป็นนักเตะมิดฟิลด์สไตล์ที่พร้อมจะต่อบอลกับเพื่อน ทำชิ่งวันทูว์เพื่อทำให้บอลทะลุทะลวงไปข้างหน้าได้เร็วขึ้น สไตล์ของฮาจี้นั้น เน้นเก็บบอลไว้กับตัว ดึงจังหวะ ทำให้บางครั้งเพื่อนร่วมทีม วิ่งทำทางไปไกลแล้ว แต่ฮาจี้ก็ยังไม่จ่ายให้ หรือจะทำอะไรสักอย่าง ต่อให้เขาเป็นนักเตะที่จ่ายบอลสั้นยาวได้แม่นยำแค่ไหน แต่ถ้ายังเล่นบอลแบบดึงจังหวะช้าเกินไป อาจจะทำให้รูปขบวนการบุกของทีม ค่อนข้างจะชะงัก ไม่ต่อเนื่อง

เป็นจอมทัพสมัยเก่าที่ไม่เล่นเกมรับ

เป็นจอมทัพสมัยเก่าที่ไม่เล่นเกมรับ

มิดฟิลด์สมัยนี้ ไม่ได้มีการแบ่งแยกหน้าที่การเล่นแบบตายตัวเหมือนสมัยก่อน ที่จอมทัพหมายเลข 10 จะต้องปั้นเกมรุกเพรียวๆ ไม่ได้ช่วยเกมรับ ปล่อยมิดฟิลด์ตัวรับทำหน้าที่ตัดเกมล้วนๆ แต่สมัยนี้ มิดฟิลด์จะต้องช่วยกันเล่นเกมรับ ช่วยกันเพรสซิ่ง ปั้นเกมรุก และนักเตะที่เป็นมิดฟิลด์กึ่งตัวรุก จะต้องมีความเร็วในการขยับออกริมเส้นได้เพื่อเล่นเกมรุกและรับทางกราบสนามได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นแล้ว ฮาจี้ ที่ซึ่งชอบเล่นเกมรุกเพรียวๆ คงไม่น่าจะเกิดถ้าหากมาเล่นฟุตบอลในยุคสมัยนี้

สภาพร่างกายเปราะบาง บาดเจ็บง่าย

สภาพร่างกายเปราะบาง บาดเจ็บง่าย

เพราะด้วยความที่ ฮาจี้ ชอบเก็บบอลไว้กับตัว โอกาสจะล่อบาทานักเตะฝั่งตรงข้าม ให้เข้ามาอัดหนักใส่เขา เล่นหนักใส่เขาเพื่อหยุดยั้งการทำเกมของฮาจี้ ก็สามารถเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว และเมื่อโดนอัดหนักบ่อยๆ ก็ย่อมทำให้เจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บติดตามตัวเป็นเงาอยู่แล้วในยุคสมัยนี้ มิดฟิลด์ที่มีร่างกายเปราะบาง ไม่แข็งแกร่ง ย่อมไม่สามารถที่จะยืนหยัดอยู่บนสนามได้แน่นอน พวกเขาต้องแข็งแกร่ง มีความโดดเด่นทั้งเชิงบอลที่สร้างสรรค์ และมีพลังในการจะบดขยี้ฝ่ายตรงข้ามได้ด้วยสิ่งดังกล่าวนั้นตรงกันข้ามกับฮาจี้ ที่เน้นเลี้ยงบอลหลบ ไม่ชอบปะทะ แถมเจ้าตัวยังไม่ค่อยช่วยไล่บอล เบียดปะทะ ถ้าหากว่าเพลย์เมกเกอร์ที่ทั้งไม่สนใจเกมรับ มีร่างกายไมได้แข็งแกร่งแบบเขา มาเบียดสู้กับกองกลางพันธุ์บู๊ในยุคนี้ ก็ไม่แคล้วว่าเขาจะได้จองโรงหมอแทบจะทุกเดือนเลยทีเดียว

การเล่นที่เน้นตัวเองเป็นศูนย์กลาง ไม่เกิดกับฟุตบอลยุคนี้

การเล่นที่เน้นตัวเองเป็นศูนย์กลาง ไม่เกิดกับฟุตบอลยุคนี้

ระบบมิดฟิลด์ในเวลานี้ ไม่มีใครเด่นกว่าใครแล้ว ทุกคนต้องช่วยกันเล่น แม้แต่กองหน้ายังต้องลงมาช่วยเกมรับด้วยเช่นกัน ดังนั้นแล้วในเมื่อ 10 คนในพื้นที่เอาท์ฟิลด์มีความสำคัญกันหมดทั้งในการเซ็ตเกมรุก และช่วยเล่นเกมรับ มันก็ไม่จำเป็นจะต้องพึ่งพาจอมทัพหมายเลข 10 ให้เป็นคนกำหนดทุกอย่างให้กับทีมอีกแล้ว ฮาจี้ เป็นนักเตะหมายเลข 10 ที่ต้องวางตัวเองเป็นศูนย์กลาง จ่ายบอล ยิงไกล เลี้ยงบอล ทำทุกอย่าง แต่สไตล์บอลแบบนี้มักจะเกิดกับทีมใหญ่ๆ ที่ไม่มีความกดดัน แบบที่เขาไประเบิดฟอร์มกับ กาลาตาซารายหรือเบรสซานั่นเอง แต่ถ้าไปเล่นกับทีมใหญ่ๆที่ทุกคนต้องช่วยกันเล่น ก็คงจะเรียบร้อยเหมือนครั้งไปเล่นให้กับบาร์เซโลน่า กับ เรอัล มาดริด นั่นเอง