อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล … ได้เวลาโบยบินจากผีแดงสู่สนามรบแห่งใหม่ ณ เซบีย่า

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ... ได้เวลาโบยบินจากผีแดงสู่สนามรบแห่งใหม่ ณ เซบีย่า

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ได้เวลาแล้วในการเริ่มต้นชีวิตค้าแข้งใหม่อีกครั้ง หลังจากที่เขาบรรลุข้อตกลงในการย้ายไปเล่นแบบยืมตัวกับทีมเซบีย่า หลังจากที่อาชีพค้าแข้งของเขาที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด มันได้เกิดปัญหาขึ้นมาอย่างกะทันหัน แถมเขาเองก็ไมได้ถูกมองว่าเป็นกองหน้าตัวหลักของทีมแล้วด้วย จากในช่วงเวลา 18 เดือนที่ผ่านมามาร์กซิยาลอายุเพียง 19 ปีเท่านั้น เมื่อครั้งที่เขาได้ย้ายมาจากโมนาโกด้วยค่าตัว 36 ล้านปอนด์เมื่อเดือนกันยายน 2015 ซึ่งเป็นการเซ็สัญญาที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่งในขณะนั้น เพราะเนื่องจากอายุของเขาและประสบการณ์ในเวทีระดับสูงก็ยังมีน้อยด้วยอีกตอนแรกมันมีรายงานอยู่ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งใจที่จะรออีกปีหนึ่งเพื่อให้เขาอายุสัก 20 ปีแล้วค่อยย้ายมายูไนเต็ด แต่ว่าสุดท้ายเขาก็ได้ตัดสินในย้ายทีมอย่างรวดเร็ว เพื่อกันท่าไม่ให้สโมสรแห่งอื่นมาเอาตัวเขาไปนั่นเองไม่มีข้อสงสัยในเรื่องความสามารถและศักยภาพอันมหาศาลของเขาอยู่แล้ว เพราะตั้งแต่เริ่มเกมแรกในสีเสื้อยูไนเต็ด เขาก็จัดการยิงประตูเปิดตัวให้กับทีมได้ทันที ด้วยการเลี้ยงบอล “โซโล่เดี่ยว” อันน่าทึ่งเข้าไปยิงประตูใส่ ลิเวอร์พูล ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดจนช่วยทีมชนะได้ ซึ่งมันเกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่นาทีหลังจาก

ที่เขาลุกจากม้านั่งสำรอง

ที่เขาลุกจากม้านั่งสำรอง

มันเป็นการเปิดตัวที่สมบูรณ์แบบสำหรับมาร์กซิยาล ทำให้แฟนบอลยูไนเต็ดรู้สึกตื่นเต้นกับทักษะบอลของเขามากเลยทีเดียวเมื่อ เวย์น รูนี่ย์ อายุเริ่มมากขึ้นและถอยลงไปเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์มากขึ้น และราดาเมล ฟัลเกา ก็ฟิตไม่เต็มที่เมื่อปีก่อนๆด้วยอีก แฟนบอลยูไนเต็ดเลยมีความกังวลเรื่องสถิติการทำประตูของพวกเขา ที่อาจจะไม่ร้อนแรงเหมือนก่อนๆ เพราะตั้งแต่ที่ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ย้ายเข้ามาอยู่กับทีมในปี 2012 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยิงประตูกระจุยเลยทีเดียว แต่พอเขาไม่อยู่กับทีมอีกแล้ว สถิติการซัลโวประตูของทัพยูไนเต็ดก็ถอยลงคลองไปอย่างชัดเจนจากนั้น มาร์กซิยาล ก็ยิงได้อีก 2 ประตูนับจากการประเดิมสนามในพรีเมียร์ลีกและจบฤดูกาลแรกด้วยผลงานยิงไปทั้งสิ้น 17 ประตูในทุกรายการ ผลงานโดยรวมของเขายอดเยี่ยมจริง และยังเป็นคนเสกประตูชัยช่วยทีมเอาชนะในช่วงทดเวลาเจ็บเกมที่สู้กับเอฟเวอร์ตันได้ด้วย ในการแข่งขันรอบรองชนะเลิศเอฟเอ คัพที่เวมบลีย์ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมอย่างไรก็ตาม สิ่งต่างๆ เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่การมาถึงของซลาตัน อิบราฮิโมวิช ในปี 2016 ซึ่งมันทำให้ทั้สถานะของเขาในทีมเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน และแม้แต่เสื้อหมายเลข 9 ของเขายังถูกยึดไปให้กับซลาตันได้ใส่ด้วยอีก เขาไม่ใช่กองหน้าตัวหลักอีกต่อไปแล้ว แค่สูญเสียหมายเลข 9 ของเขาไปให้กับนักเตะรายอื่น ก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าเขากำลังถูกมองข้าม ยิ่งฟอร์เมชั่นและสไตล์การคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่เน้นเกมรับเป็นหลักในเวลานั้น มันก็ยิ่งเป็นอะไรที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่ มาร์กซิยาลที่ชอบเล่นเกมรุก อยากจะเห็นในทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกด้วย

การต่อสู้ในฤดูกาล 2016-17

การต่อสู้ในฤดูกาล 2016-17

จบลงด้วยการที่ มูรินโญ่, อิบราฮิโมวิช พาทีมคว้าแชมป์ยูโรป้าลีก และ ลีกคัพ มาครองได้สำเร็จ และจากนั้น โรเมลู ลูกากู ก็ถูกซื้อมาร่วมทีมในปี 2017 และขายออกจากทีมไปในปี 2019 แต่จากนั้นก็มีข่าวอยู่กลายๆว่า มาร์กซิยาล อาจจะถูกขายออกจากทีมตามไปด้วยเมื่อตัวของ ลูกากู ถูกขายออกไป และยังไม่ได้มีการหาใครมาแทนที่เขาโดยตรง มันเลยทำให้ มาร์กซิยาล มีโอกาสคว้าเสื้อหมายเลข 9 เบอร์เก่าของเขากลับคืนมาอยู่ในทีมอีกครั้ง และเขาก็กลายเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมอีกครั้งไปแล้วด้วย เพราะเริ่มทำผลงานได้ดีอีกครั้งหนึ่งแล้วมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่จู่ๆ เขาก็ดูมีความสุขมากขึ้นเมื่อฤดูกาล 2019-20 เริ่มต้นขึ้น มาร์กซิยาลเริ่มต้นฤดูกาลด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า เล่นเหมือนกองหน้าตัวหลักที่อยู่กับทีมมานาน และมันแสดงให้เห็นแล้วว่าเขาเล่นได้ดี ทำประตูได้ต่อเนื่อง เขายิงประตูชัยเหนือทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ด้วย และยังซัลโวประตูใส่เชลซีได้อีก รวมๆแล้วเขาหวดไป 23 ประตูในทุกรายการเลยทีเดียว ดูเหมือนว่าในที่สุดเขาจะกลับมาโชว์อันสุดเวิลด์คลาสได้ดีอีกครั้งแล้วแต่ฤดูกาล 2020-21 มันกลับไม่ได้เป็นไปตามที่ มาร์กซิยาล ได้ปรารถนาเท่าไหร่นัก เพราะเขายิงประตูได้น้อยลง โอกาสลงสนามก็หายเงียบไปเรื่อยๆด้วยอีก ผ่านไปเกือบๆ 2 ปีตอนนี้เขาก็ไม่เคยกลับไปเล่นด้วยฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดอีกเลย ท้ายที่สุดเขาก็ได้ย้ายไปเล่นให้กับเซบีย่าแทนจนได้แม้ว่าจะเป็นการย้ายทีมด้วยสัญญายืมตัว แต่มันอาจจะเป็นเวลาสำคัญที่จะทำให้มาร์กซิยาล เรียกความมุ่งมั่นและความเฉียบขาดในการยิงประตูให้กลับมาอีกครั้งแล้ว เขาจะไปได้ดีแค่ไหน มันก็ต้องรอดูกันต่อไป !